แนะนำ
E-Book แหล่งท่องเที่ยวและกิจกรรม จังหวัดสุรินทร์-ศรีสะเกษ
แวะชมก่อนได้ ครับ
เริ่มต้นกันเลยครับ ที่จุดชมวิวสวยๆที่เมือง ศรี ศรีสะเกษ
จุดรับตะวัน 3 แผ่นดิน
ที่เที่ยวแนะนำจุดแรก คือจุดชมวิวลานฮับตะวัน บริเวณผามออีแดง อุทยานแห่งชาติเขาพระวิหาร อ.กันทรลักษ์ จ.ศรีสะเกษ เล่าลือกันว่า ถ้ามีโอกาสมารับพลังจากแสงแรกของพระอาทิตย์ ณ บริเวณนี้แล้ว จะเป็นการเสริมพลังชีวิตให้เกิดความรุ่งเรืองในการดำเนินชีวิต ครับ
อุทยานแห่งชาติเขาพระวิหารมีทัศนียภาพและทิวทัศน์ที่สวยงามอยู่หลายแห่ง เช่น จุดชมทิวทัศน์ผามออีแดง จุดชมทิวทัศน์หน้าผาช่องโพย บริเวณป่าและสวนหินรอบสระตราว ถ้ำฤๅษี แหล่งตัดหิน สถูปคู่ ภาพสลักนูนต่ำใต้ผามออีแดง น้ำตกผาช่องโพย จุดชมวิว ภูเซี่ยงหม้อ ปราสาทโดนตวล และที่สำคัญคือ ปราสาทเขาพระวิหาร อันเป็นโบราณสถานสำคัญเก่าแก่ ที่เคยเป็นกรณีพิพาทระหว่างไทยกับประเทศกัมพูชา เมื่อพ.ศ. 2505 และในที่สุดศาลยุติธรรมระหว่างประเทศ (ศาลโลก) ได้ตัดสินให้ตัวปราสาทอยู่ในอธิปไตยของประเทศกัมพูชา แต่ถนนและบันไดทางขึ้นสู่ปราสาทเขาพระวิหารอยู่ทางฝั่งไทย และพื้นที่ทางขึ้นบริเวณผามออีแดงที่จังหวัดศรีสะเกษเป็นทางขึ้นที่สะดวกที่สุดอุทยานแห่งชาติเขาพระวิหาร อยู่ในพื้นที่อำเภอกันทรลักษ์ จังหวัดศรีสะเกษ และอำเภอน้ำขุ่น อำเภอน้ำยืน จังหวัดอุบลราชธานี มีเนื้อที่ 85,388.97 ไร่ (136.62 ตารางกิโลเมตร) อาณาเขตด้านใต้ติดต่อกับประเทศกัมพูชา มีถนนและบันไดทางขึ้นสู่ปราสาทเขาพระวิหารบริเวณผามออีแดงในตำบลเสาธงชัย อำเภอกันทรลักษ์ เป็นอุทยานแห่งชาติตามพระราชบัญญัติอุทยานแห่งชาติ พ.ศ. 2504 (ประกาศในราชกิจจานุเบกษา เล่ม 115 ตอนที่ 14 ก ลงวันที่ 20 มีนาคม 2541) นับเป็นอุทยานแห่งชาติลำดับที่ 19 ของภาคตะวันออกเฉียงเหนือ และเป็นอุทยานแห่งชาติลำดับที่ 83 ของประเทศ พื้นที่ป่าสงวนแห่งชาติป่าเขาพระวิหาร ป่าฝั่งลำโดมใหญ่ ท้องที่อำเภอกันทรลักษ์ จังหวัดศรีสะเกษ และอำเภอน้ำขุ่น อำเภอน้ำยืน จังหวัดอุบลราชธานี เป็นพื้นที่ป่าไม้ชายแดนให้เป็นพื้นที่เพื่อการอนุรักษ์ ห้ามเข้าไปและอาศัยอยู่โดยเด็ดขาด เนื่องจากพื้นที่ดังกล่าวยังคงความอุดมสมบูรณ์ไปด้วยป่าไม้และเป็นแหล่งต้นน้ำลำธาร มีสัตว์ป่านานาชนิดอาศัยอยู่มาก มีทัศนียภาพที่สวยงาม ตลอดจนโบราณสถานที่มีความสำคัญทางประวัติศาสตร์ และกรมป่าไม้กำหนดและประกาศเป็นอุทยานแห่งชาติ






























ลิขสิทธิ์ภาพถ่าย : การท่องเที่ยวแห่งประเทศไทย
อัครเดชา ฮวดคันทะ พัฒนาข้อมูล
***************************************************************************
ลุยสวนทุเรียนภูเขาไฟ
เมื่อพฤษภาคม ย่างเข้ามา ถึงสิงหาคม ของทุกปี สวนเกษตร และทุเรียนภูเขาไฟ ศรีสะเกษ ก็เป็นที่ต้องการอยากเดินทางมาสัมผัสของผู้คนทั้งในและต่างจังหวัดรวมถึงนักท่องเที่ยวจากต่างประเทศ พื้นที่ปลูกทุเรียนภูเขาไฟที่นี่ มีหลายพันไร่ ในพื้นที่ อำเภอ กันทรลักษ์ ขุนหาญ ศรีรัตนะ ซึ่งในแต่ละปีสามารถหมุนเวียนและกระตั้นเศรษฐกิจให้มีเม็ดเงินไหลเวียนหลายร้อยล้านบาท ทำให้เป็นการเติมรอยยิ้มให้กับเกษตรกรชาวสวนผลไม้ได้อย่างดี
วันนี้ ขอนำเสนอภาพสวยๆ ในสวนทุเรียนภูเขาไฟ และบรรยากาศทั่วไปเมื่อเดินทางทาที่สวนทุเรียน
ปล.ส่วนท่านที่เดินทางมาไม่ได้ สามารถสั่งซื้ออนไน์ ได้ ผ่าน www.lavadurain.com หรือสั่งซื้อได้ที่สวนทุเรียนได้เลย ครับ ลองสะแกน QR Code ด้านล่างกับน้องทุเรียนได้เลย ครับ
 |
| ทุเรียนภูเขาไฟ สด สุก จากสวน ครับ |
 |
| เนื้องาม กลิ่นไม่ฉุน ละมุนลิ้น กินแล้วมีความสุข |
 |
คุณครูนาง เจ้าของสวนทุเรียน พ่อวันนา บ้านซำขี้เหล็ก อ.ขุนหาญ ครับ
|
 |
| ท่านวัฒนา พุฒิชาติ ผู้ว่าราชการจังหวัดศรีสะเกษ กับ คุณธมลวรรณ เจริญวงศ์พิสิฐ กำลังพ่นไฟ หลังจากทานทุเรียนภูเขาไฟ ครับ |
 |
| ท่านผู้ว่าวัฒนา กำลังทานของหวานจากทุเรียน อร่อยมาก ครับ |
 |
| รอยยิ้ม กลางสวนทุเรียน ไร่อิงธาร ที่ กันทรลักษ์ ครับ |
 |
| หลากหลายเมนู น่าทานครับ แกงทุเรียน ทุเรียนเผา ขนมใส้ทุเรียน และอีกมากกมาย ครับ |
 |
| ทุเรียนทองลาวา ศรีสะเกษ เพจ ทองลาวา ส่งถึงที่ ครับ |
 |
| กำลังพ่นไฟ ครับ |
 |
| คุณเจษฎา อุปนิ รายการสนามข่าว 7 สี ช่อง7 HD ครับ |
 |
| คุณธมลวรรณ เจริญวงศ์พิสิฐ ผอ.ททท.สำนักงานสุรินทร์ |
 |
| ราชินี แห่งผลไม้ |
 |
| สวนทุเรียน ไร่อิงธารออแกนิค อ.กันทรลักษ์ |
 |
| กิจกรรมชุมชน เลาะสวนทุเรียน |
 |
| น้องภู จากไร่บุญวันพืชสวน ครับ สั่งซื้อได้ที่เพจ ไร่บุญวันพืชสวน หรือ Line ckmppp ครับ |
ลิขสิทธิ์ภาพ : การท่องเที่ยวแห่งประเทศไทย
อัครเดชา ฮวดคันทะ พัฒนาข้อมูล
*******************************************************************************
อารยธรรมขอมโบราณ ผสานยุสมัยแห่งความรุ่งเรือง
วัดสระกำแพงใหญ่ อ.อุทุมพรพิสัย
-กราบหลวงปู่ -ชมปราสาทสระกำแพงใหญ่ -ศึกษาแหล่งประวัติศาสตร์ --
สภาพทั่วไปของปราสาทสระกำแพงใหญ่ประกอบด้วยระเบียงคดรูปสี่เหลี่ยมผืนผ้าขนาดกว้าง 49 เมตร ยาว 67 เมตร ล้อมรอบกลุ่มปราสาทอิฐและบรรณาลัย รวมทั้งหมด 6 หลัง จากภาพถ่ายทางอากาศ ชี้ให้เห็นว่าปราสาทสระกำแพงใหญ่น่าจะมีชุมชนรายรอบอย่างหนาแน่น ทางทิศตะวันออกเฉียงใต้ห่างออกไปประมาณ 400 เมตร มีสระน้ำรูปสี่เหลี่ยมขนาดใหญ่ เรียกว่า "สระกำแพง" สันนิษฐานว่าน่าจะขุดขึ้นเมื่อครั้งสร้างปราสาท ส่วนทางทิศตะวันออกมีลำห้วยเล็กๆไหลผ่าน คือ ห้วยตาเหมา ซึ่งเป็นลำห้วยสาขาที่แยกออกมาจากห้วยสำราญ
ประวัติ
วัดสระกำแพงใหญ่ (พระอารามราษฎร์) หนึ่งในอู่อารยธรรมแห่งประวัติศาสตร์ เนื่องจากเป็นสถานที่ตั้งของ “ปราสาทหินสระกำแพงใหญ่” โบราณสถานสมัยขอมที่มีอายุยืนยาวกว่า 1,000 ปี ภายในบริเวณวัดสระกำแพงใหญ่ มีปราสาทหินโบราณขนาดใหญ่ที่สุดของจังหวัด ตัวปราสาทมีลักษณะคล้ายเจดีย์ หรือปรางค์โบราณ 3 องค์บนฐานเดียวกัน ก่อด้วยหินทรายมีอิฐแซม ด้านหน้ามีวิหารก่ออิฐ 2 หลัง ล้อมรอบด้วยระเบียงคต ก่อด้วยศิลาแลงและหินทราย มีโคปุระหรือประตูซุ้มทั้ง 4 ทิศ ปรางค์ประธานมีทับหลังจำหลักภาพพระอินทร์ทรงช้าง ทิศเหนือบนฐานศิลาเดียวกัน มีปรางค์ก่อด้วยอิฐ เหนือกรอบประตูมีทับหลังนารายณ์บรรทมสินธุ์อยู่เหนือพญาอนันตนาคราชกลางเกษียรสมุทร ซึ่งมีความงดงามยิ่ง ทิศใต้มีปรางค์ก่อด้วยอิฐเช่นเดียวกับด้านทิศเหนือ เหนือกรอบประตูมีทับหลังสลักภาพพระอิศวรกับพระอุมาประทับนั่ง จากการขุดค้นบูรณะของกรมศิลปากรเมื่อปี พ.ศ.2535 พบวัตถุโบราณที่ทรงคุณค่าภายในบริเวณปราสาทหินสระกำแพงใหญ่อีกจำนวนมาก เช่น ทับหลังจำหลักภาพศิวะนาฏราช ทับหลังจำหลักภาพพระกฤษณะยกเขาโควรรธนะ ตามจารึกที่ศิลาทรายหลืบประตูปราสาทหินวัดสระกำแพงใหญ่ บ่งชี้ว่าปราสาทหินแห่งนี้ ถูกสร้างขึ้นในสมัยพระเจ้าชัยวรมันที่ 1 ราวพุทธศตวรรษที่ 16 ตรงกับศิลปะขอมแบบปาปวน เพื่อเป็นเทวาลัยถวายแด่พระศิวะ ที่สำคัญไปกว่านั้นคือ ก่อนหน้าที่กรมศิลปากรจะเข้าไปทำการบูรณะ มีการขุดพบพระพุทธรูปปางนาคปรก เป็นพระพุทธรูปที่แกะด้วยหินศิลาทราย สันนิษฐานว่าสร้างในสมัยพระเจ้าสถานวรมันรัชกาลที่ 2-3 ราวปี พ.ศ.1153 ยืนยันถึงความเก่าแก่ของโบราณแห่งนี้ได้เป็นอย่างดี
การเดินทางสดวกสบาย ใกล้ทางหลวง อุทุมพร-ห้วยทับทัน
ลิขสิทธิ์ภาพ : การท่องเที่ยวแห่งประเทศไทย
อัครเดชา ฮวดคันทะ พัฒนาข้อมูล
***********************************************************************
วัดมหาพุทธาราม (วัดพระโต)
วัดมหาพุทธาราม บ้านเมืองเหนือ อำเภอเมืองศรีสะเกษ จังหวัดศรีสะเกษ ตั้งอยู่กลางเมืองศรีสะเกษ มีวิหารซึ่งเป็นที่ประดิษฐานพระพุทธรูปคู่บ้านคู่เมืองและเป็นที่เคารพสักการะของชาวศรีสะเกษคือ หลวงพ่อโต เป็นพระพุทธรูปองค์ใหญ่ปางมารวิชัย มีความสูงจากฐานถึงยอดเกศ 6.85 เมตร หน้าตักกว้าง 3.50 เมตร เดิมเป็นพระพุทธรูปศิลาจำหลัก สันนิษฐานว่าเป็นพระพุทธรูปสมัยขอมซึ่งมีอายุร่วมพันปีมาแล้วแต่มาสร้างเพิ่มเติมขึ้นเมื่อใดไม่ปรากฏแน่ชัด ภายในวัดมีวิหารซึ่งเป็นที่ประดิษฐานหลวงพ่อโต พระพุทธรูปศักดิ์สิทธิ์เป็นที่เคารพสักการะของชาวศรีสะเกษ
ลิขสิทธิ์ภาพ : การท่องเที่ยวแห่งประเทศไทย
อัครเดชา ฮวดคันทะ พัฒนาข้อมูล
******************************************************************************************
รูปหล่อประนางศรีสะเกศ
ประดิษฐานไว้เป็นสมบัติคู่บ้านคู่เมือง
และเป็นที่สักการะของคนทั่วไป
รูปหล่อพระนางศรีสระเกศ สร้างด้วยโลหะทองเหลืองรมดำ ขนาดเท่าคนจริง ออกแบบโดยอาจารย์พจน์ หวลมานพ แห่งวิทยาลัยเพาะช่างกรุงเทพฯ และได้ทำพิธีอัญเชิญพระนางศรีสระเกศประดิษฐานบนแท่น เมื่อวันที่ 10 ธันวาคม 2524
ตามตำนานพระนางศรีสระผม (ชื่อเดิม) เป็นคนสัญชาติกล่อม (ขอมแท้) ตามสันนิษฐานเข้าใจว่าเป็นราชธิดาของท้าวสุริยวรมันกับพระนางพิณสวัณคราวดี ตำแหน่งเป็นอุปราชครองพิมานมงคลในแคว้นโคตรบูร พระนางศรีสระผมเป็นผู้อำนวยการสร้างปราสาทสระกำแพง เป็นผู้รู้วิชานาฎศิลปะ ชำนาญการฟ้อนรำ ทรงเป็นครูฝึกหัดการฟ้อนรำ ทรงเป็นประธานในพิธีถวายเทวาลัยปราสาทสระกำแพง พระนางศรีฯ ได้เข้าพิธีสรงสนานลงอาบน้ำสระผมในสระกำแพง แต่งองค์ทรงเครื่องเต็มยศสวยงาม มีดนตรีบรรเลง ทรงฟ้อนรำบวงสรวงเดี่ยวหน้าเทวรูปพระวิษณุ อัญเชิญเทพเจ้าผู้ทรงฤทธิ์ศักดานุภาพมารับมอบเทวาลัยเป็นที่สิงสถิต คนทั่วไปได้ซาบซึ้งและระลึกถึงเหตุการณ์ในครั้งนั้น จึงได้เรียกขานว่าพระนางศรีสระผม ต่อมาพระบาท-สมเด็จพระพุทธยอดฟ้าจุฬาโลกโปรดเกล้าพระราชทานให้ตั้งเมืองใหม่ แยกจาก “เมืองขุขันธ์” ชื่อว่า “เมืองศรีสะเกษ” เพื่อเป็นการให้เกียรติและเป็นอนุสรณ์แก่พระนางศรีสระผม
ต่อมาได้มีการเปลี่ยนการเรียกชื่อรูปเคารพ ของพระนางศรีสระผม (เดิม) เปลี่ยนเป็น “พระนางศรีสระเกศ” เพื่อให้สอดคล้องและกลมกลืนกับวัฒนธรรมและสังคมของเมืองศรีสะเกษ และให้เกิดความถูกต้องกับสถานที่ตั้งและให้ประชาชนชาวจังหวัดศรีสะเกษ สามารถจดจำชื่อและเป็นเอกลักษณ์ของเมืองได้ตลอดจนใช้เป็นชื่อเรียกทางราชการต่อไปในภายหน้า
เมืองศรีสะเกษ ได้วิวัฒนาการ เจริญรุ่งเรืองสืบต่อกันมาตามกาลสมัย ดังได้ปรากฏทุกวันนี้ ขอวิญญาณของพระนางศรีผู้ฝากคุณงามความดี เป็นชื่อเมืองนี้ อันเป็นสัญลักษณ์มิ่งมงคลอันดีงามของเมืองศรีสะเกษ




ลิขสิทธิ์ภาพ : การท่องเที่ยวแห่งประเทศไทย
อัครเดชา ฮวดคันทะ พัฒนาข้อมูล
****************************************************************************************
ร้านอาหาร สีเขียว ฝากท้อง ต้องลอง อาหารอร่อย ได้มาตรฐาน SHA แล้ว ครับ
ที่อยู่: 54/831 หมู่ 10 ตำบล โพธิ์ อำเภอเมืองศรีสะเกษ ศรีสะเกษ 33000
ลิขสิทธิ์ภาพ : การท่องเที่ยวแห่งประเทศไทย
อัครเดชา ฮวดคันทะ พัฒนาข้อมูล
*********************************************************************
ร้านกาแฟเท่ๆ บรรยากาศท้องทุ่ง
โพนนาคาเฟ่
******************************************************************************